บริษัทคลินิคจิต-ประสาท

 ห้องรับแขก

กลับไป ความรู้เรื่องโรคทางจิตเวชและปัญหาพฤติกรรม      

 

 

 

พัฒนาการทางเพศ และปัญหาทางเพศในเด็กและวัยรุ่น

Sexual Development and Sexual Problems in Children and Adolescent

พนม  เกตุมาน

พบ.  วว.จิตเวชศาสตร์  อว.จิตเวชศาสตร์เด็กและวัยรุ่น

Diploma of  Child and Adolescent  Psychiatry,  Institute of Psychiatry and University of  London, UK.

 

พัฒนาการเรื่องเพศในเด็กและวัยรุ่น  เกี่ยวข้องกับชีวิต ตั้งแต่เด็ก  การที่บุคคลได้เรียนรู้ธรรมชาติความเป็นจริงทางเพศ  จะช่วยให้มีความรู้  มีทัศนคติ  สามารถปรับตัวตามพัฒนาการของชีวิตอย่างเหมาะสม  และมีพฤติกรรมถูกต้องในเรื่องเพศ  เรื่องเพศสามารถสอนได้ตั้งแต่เด็กยังเล็ก สอดแทรกไปกับการส่งเสริมพัฒนาการด้านอื่นๆ  พ่อแม่ควรเป็นผู้สอนเบื้องต้น  เมื่อเข้าสู่โรงเรียน  ครูช่วยสอนให้สอดคล้องไปกับที่บ้าน  เมื่อเด็กเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น  ควรส่งเสริมให้เด็กเรียนรู้ด้วยตัวเอง  แต่มีแนวทางที่ถูกต้อง ป้องกันปัญหาทางเพศที่อาจเกิดตามมาในวัยรุ่นหรือผู้ใหญ่ 

พัฒนาการทางเพศ1-5

                การเรียนรู้เรื่องเพศนั้น ประกอบด้วยเนื้อหาตามพัฒนาการ   ด้าน  ดังนี้ 

1.        การเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย(Human sexual development) ความรู้ความเข้าใจในเรื่องการเจริญเติบโต  พัฒนาการทางเพศตามวัย  ทางร่างกาย  จิตใจ  อารมณ์  และสังคมที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน

2.        สัมพันธภาพ (Interpersonal relation) การสร้างและรักษาความสัมพันธ์กับบุคคลในสังคม  การสร้างและรักษาสัมพันธภาพกับเพื่อนเพศเดียวกัและต่างเพศ  การเลือกคู่  การเตรียมตัวก่อนสมรส และการสร้างครอบครัว  ความสัมพันธ์ระหว่างสามี-ภรรยา  พ่อ-แม่-ลูก

3.        ทักษะส่วนบุคคล (Personal and communication skills)ความสามารถในการจัดการสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเพศ เช่น ทักษะการสื่อสาร การสร้างความสัมพันธ์  และควบคุมความสัมพันธ์ให้อยู่ในความถูกต้องเหมาะสม ทักษะการปฏิเสธ ทักษะการขอความช่วยเหลือ  ทักษะการจัดการกับอารมณ์  ทักษะการตัดสินใจและแก้ปัญหาที่เกี่ยวกับเรื่องเพศ

4.        พฤติกรรมทางเพศ (Sexual behaviors) การแสดงออกถึงพฤติกรรมทางเพศหรือบทบาททางเพศ (gender role) ที่เหมาะสมกับบทบาททางเพศและวัย เป็นที่ยอมรับของสังคม ไม่เกิดความเสี่ยงทางเพศ (เช่น  เพศสัมพันธ์ในวัยรุ่น  เพศสัมพันธ์ที่ปราศจากการป้องการตั้งครรภ์หรือการติดเชื้อ) การสร้างเอกลักษณ์ทางเพศที่เหมาะสม ความเสมอภาคทางเพศ  และบทบาททางเพศที่ช่วยเหลือเกื้อกูลกันในสังคมอย่างสมดุล

5.        สุขอนามัยทางเพศ (Sexual health) ความรู้ความเข้าใจและสามารถดูแลสุขภาพอนามัยทางเพศได้ตามวัย เช่น การดูแลรักษาอวัยวะในระบบสืบพันธุ์ อนามัยการเจริญพันธุ์ สังเกตการเปลี่ยนแปลงต่างๆและความผิดปกติในลักษณะและหน้าที่ของอวัยวะเพศ การหลีกเลี่ยงอันตรายจากการชอกช้ำ บาดเจ็บ  อักเสบ  และติดเชื้อ  รวมถึงการถูกล่วงเกินทางเพศ 

6.        สังคมและวัฒนธรรม (Society and culture)   ค่านิยมในเรื่องเพศที่เหมาะสมสอดคล้องกับสังคมและวัฒนธรรมไทย การให้เกียรติเพศตรงข้าม การรักนวลสงวนตัว ไม่ปล่อยใจให้เกิดเพศสัมพันธ์โดยง่าย การปรับตัวต่อกระแสการเปลี่ยนแปลงของสังคม โดยเฉพาะจากสื่อที่ยั่วยุทางเพศต่างๆ  และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเพศ

เป้าหมายของพัฒนาการทางเพศ

                พัฒนาการทางเพศ  เป็นส่วนหนึ่งของพัฒนาการบุคลิกภาพ  ที่เกิดขึ้นตั้งแต่เด็ก  มีความต่อเนื่องไปจนพัฒนาการเต็มที่ในวัยรุ่น  หลังจากนั้นเป็นส่วนหนึ่งของบุคลิกภาพที่ติดตัวตลอดชีวิต  เมื่อสิ้นสุดวัยรุ่น  มีการเปลี่ยนแปลงต่อไปนี้6-7

1.        มีความรู้เรื่องเพศ  ตามวัย  และพัฒนาการทางเพศ  ตั้งแต่ร่างกาย  การเปลี่ยนแปลงไปตามวัย  และจิตใจสังคม  ของทั้งตนเอง  และผู้อื่น  ทั้งของเพศตรงกันข้าม  ความแตกต่างกันระหว่างเพศ 

2.        มีเอกลักษณ์ทางเพศของตนเอง ได้แก่  การรับรู้เพศตนเอง(core  gender)   บทบาททางเพศและพฤติกรรมทางเพศ(gender  role)   มีความพึงพอใจทางเพศหรือความรู้สึกทางเพศต่อเพศตรงข้ามหรือต่อเพศเดียวกัน(sexual  orientation)

3.        มีพฤติกรรมการรักษาสุขภาพทางเพศ(sexual  health)  การรู้จักร่างกายและอวัยวะเพศของตนเอง  ดูแลรักษาทำความสะอาด  ป้องกันการบาดเจ็บ  การติดเชื้อ  การถูกล่วงเกินละเมิดทางเพศ  การป้องกันพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ 

4.        ทักษะในการสร้างความสัมพันธ์กับผู้ที่จะร่วมเป็นคู่ครอง  การเลือกคู่ครอง  การรักษาความสัมพันธ์นี้ให้ยาวนาน  แก้ไขปัญหาต่างๆในชีวิตร่วมกัน  การสื่อสาร  การมีความสัมพันธ์ทางเพศกับคู่ครองอย่างมีความสุข  มี การวางแผนชีวิตและครอบครัว

5.        บทบาทในครอบครัว บทบาทและหน้าที่สำหรับการเป็นลูก  การเป็นพี่-น้อง และสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัว หน้าที่และความรับผิดชอบชอบการเป็นพ่อแม่   ที่ถูกต้องตามกฎหมาย  และขนบธรรมเนียมประเพณีและศีลธรรมของสังคมที่อยู่

6.        ทัศนคติทางเพศที่ถูกต้อง  ภูมิใจพอใจในเพศของตนเอง ไม่รังเกียจหรือปิดบัง ปิดกั้นการเรียนรู้ทางเพศที่เหมาะสม  รู้จักควบคุมพฤติกรรมทางเพศให้แสดงออกถูกต้อง   ให้เกียรติผู้อื่น   ไม่ล่วงละเมิดทางเพศต่อผู้อื่น  ยับยั้งใจตนเองไม่ให้มีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร 

 

พัฒนาการทางเพศในวัยต่างๆ

        การเข้าใจพื้นฐานพัฒนาการทางเพศในเด็กวัยต่างๆ  จะช่วยให้ผู้สอน  มีแนวทาง  และกำหนดวัตถุประสงค์การสอน  ให้สอดคล้องกับพัฒนาการทางเพศปกติ  ดังนี้ 8-9

วัยแรกเกิด – 1  ปี 

เมื่อเด็กคลอดจากครรภ์มารดา  เอกลักษณ์ทางกายถูกกำหนดโดยแพทย์ว่าเป็นเพศชายหรือเพศหญิง  การกำหนดเพศนี้มีความสำคัญที่ทำให้พ่อแม่และครอบครัว  ยอมรับและเลี้ยงดูเด็กไปตามเพศนั้น  เด็กที่มีอวัยวะเพศกำกวม  อาจถูกกำหนดเพศผิด  ถูกเลี้ยงดูผิดเพศไปจนโต

                วัยนี้เด็กยังเล็กมาก  พัฒนาการทางจิตใจที่สำคัญคือ  การแยกแยะตนเองจากสิ่งแวดล้อมเกิดในระยะ  6  เดือนแรกของชีวิต  หลังจากนั้นเด็กจะเรียนรู้การเชื่อใจในพ่อแม่ที่ให้ความมั่นใจในชีวิตว่าเมื่อเด็กรู้สึกไม่สบายกายจากความหิว  จะได้รับอาหาร  เมื่อขับถ่ายจะมีคนมาช่วยทำความสะอาด  ความรู้สึกมั่นใจในผู้อื่นนี้ทำให้เด็กเกิดความไว้วางใจในความสัมพันธ์กับผู้อื่น  ความรู้สึกที่ดีต่อผู้อื่นและต่อโลก  เป็นพื้นฐานสำคัญต่อมนุษยสัมพันธ์ในเวลาต่อมา  วัยนี้เด็กต้องการการสัมผัสกอดรัด  และการอยู่ใกล้ชิดของพ่อแม่หรือผู้เลี้ยงดูอย่างมาก  เด็กที่ถูกทอดทิ้งจะขาดความมั่นคงทางอารมณ์   เมื่อโตขึ้นจะขาดความเห็นอกเห็นใจคนอื่น  ไม่สามารถสร้างความสัมพันธ์กับใคร  ไม่ไว้วางใจคนอื่น  มองโลกในแง่ร้าย  เห็นแก่ตัว  เรียกร้องความรักจากผู้อื่น  แต่ไม่มีความรักความเสียสละให้ใคร

                เด็กอายุขวบปีแรก  เริ่มแยกตัวเองจากสิ่งแวดล้อม  Simund Freud  ให้ความหมายของ sex หรือความพึงพอใจเด็กวัยนี้ อยู่ที่ปาก (oral phase) เนื่องจากประสาทสัมผัสที่ปากมีความไวมาก 

·        6 เดือนแรก  มีความพึงพอใจจากการใช้ปากดูดและกินนม 

·        6 เดือนหลังของปีแรก เด็กพอใจใช้ปากกัด 

บทบาทของพ่อแม่  6 เดือนแรก  ควรตอบสนองความต้องการทางปากของเด็ก  เมื่อเด็กร้องเพราะหิว  ให้ตอบสนองตามความต้องการ  แต่ใน  6  เดือนหลัง  เมื่อเด็กร้องเพราะหิว  ให้ฝึกเด็กให้รู้จักการอ  เริ่มจากทีละน้อย 

 

วัย1-3 ปี 

วัยนี้เด็กเริ่มเคลื่อนไหวได้มากขึ้น  เดินได้  เริ่มซนและสำรวจสิ่งแวดล้อม 

                Simund Freud  ให้ความหมายของ sex หรือความพึงพอใจเด็กวัยนี้ เปลี่ยนจากที่ปากมาอยู่ที่ทวารหนัก (anal phase) เด็กเริ่มควบคุมการขับถ่ายได้   สำรวจอวัยวะเพศตนเอง  และอาจเพลิดเพลินกับการเล่นอวัยวะเพศถ้าเหงาหรืออยู่คนเดียว  เด็กยังไม่มีความรู้สึกทางเพศ  แต่การกระตุ้นอวัยวะเพศทำให้รู้สึกเสียวเพลินจนติดเป็นนิสัยได้ 

เมื่อเด็กอายุ 2  ขวบเด็กเริ่มเรียนรู้ว่าตนเองเป็นเพศใด  โดยเรียนรู้จากการที่พ่อแม่เรียก  และกำหนดบทบาทให้ตามเพศ  ได้แก่  การแต่งกาย  การเล่น  ของเล่น  การเรียกชื่อ  สรรพนาม  เริ่มสามารถแยกเพศตนเองได้  รู้ว่าตนเองเป็นเพศหญิงหรือชาย  จากการบอกกล่าวจากพ่อแม่และสิ่งแวดล้อม  การรู้จักเพศตนเองว่าเป็นเพศใด  ตรงตามลักษณะทางร่างกาย  เรียกว่าเด็กมี core gender  เป็นของตนเอง  เมื่อเด็กอายุ  3  ปีสามารถบอกผู้อื่นได้ว่าตนเองเป็นเพศใด  แยกแยะความแตกต่างของอวัยวะเพศได้

บทบาทของพ่อแม่  สอนให้เด็กรู้ว่าเป็นเพศใด  ตรงตามความเป็นจริง  ผู้ใหญ่ไม่ควรล้อเลียนให้เด็กอายในเรื่องเพศ  หรือแสดงให้เห็นว่าเพศใดดีกว่ากัน  ไม่ควรหลอกหรือขู่เด็กว่าจะตัดอวัยวะเพศเพราะอาจทำให้เด็กกลัวจริงๆ  และเกิดทัศนคติทางลบฝังใจต่อเรื่องเพศไปจนโต

                วัยนี้เด็กต้องการการฝึกควบคุมตนเอง  ซึงเป็นพื้นฐานของระเบียบวินัย และการควบคุมตัวเองเรื่องเพศในระยะต่อมา

พ่อแม่สามารถสื่อสารด้วยคำพูดกับเด็กได้มากขึ้น ควรเริ่มต้นปลูกฝังระบบจริยธรรมในชีวิตเด็กตั้งแต่วัยนี้  โดยสอนและกำกับให้เด็กอยู่ในกฎเกณฑ์และความปลอดภัย  ไม่ตามใจเกินไป  การให้เด็กสำรวจเรียนรู้จากการเล่นในกรอบที่ถูกต้อง  ช่วยให้เด็กมีเหตุผล  เข้าใจความเป็นไปของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  และปฏิบัติตามกฎกติกาของสังคม

 

วัย3-6  ปี 

เด็กอายุ  3-6  ปี  เริ่มสนใจและอยากรู้เรื่องเพศ  เลียนแบบพฤติกรรมทางเพศจากพ่อหรือแม่เพศเดียวกัน   เพลิดเพลินกับการเล่นและสำรวจเรื่องทางเพศ 

Simund Freud  ให้ความหมายของ sex หรือความพึงพอใจเด็กวัยนี้ เปลี่ยนจากที่ทวารหนัก   มาอยู่ที่อวัยวะเพศตนเอง(oedepus complex)   เด็กชายจะหวงแม่และเกรงกลัวพ่อ  แต่พยายามเลียนแบบพ่อเพื่อให้เป็นพวกเดียวกันและเป็นที่ยอมรับของพ่อ  แต่ก็ยังเกรงกลัวว่าอวัยวะเพศตนเองจะถูกตัด(castration anxiety)    เพศหญิงจะหวงพ่อและเกรงกลัวแม่ แต่เลียนแบบแม่เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของแม่เช่นกัน  ความรู้สึกว่าตนเองไม่มีอวัยวะเพศชายทำให้เด็กผู้หญิงเกิดความอิจฉาที่เรียกว่า penis envy  การถ่ายทอดแบบอย่างทางเพศของทั้งชายและหญิงนี้จะกำหนดให้เด็กมีบทบาททางเพศ (gender role)อย่างถูกต้อง  เด็กเรียนรู้บทบาททางเพศจากครอบครัวเป็นหลัก  และเรียนรู้เสริมที่โรงเรียน และสังคมภายนอก  การเล่นในวัยนี้อาจไม่ตรงตามเพศ (เด็กผู้ชายอาจเล่นตุ๊กตา  เด็กผู้หญิงอาจเตะฟุตบอล)  การเล่นของเล่นที่ไม่ตรงตามเพศนี้จะน้อยลงเมื่อเข้าสู่วัยเรียน  โดยค่อยๆเปลี่ยนไปเป็นการเล่นที่ตรงกับเพศตนเองมากขึ้น

เด็กมีความสนใจเรื่องเพศมาก  อยากรู้อยากเห็น  สำรวจตนเองและผู้อื่นเรื่องเพศ  อาจมีพฤติกรรมกระตุ้นตนเองทางเพศ  เล่นอวัยวะเพศตนเอง  จนอาจติดเป็นนิสัยได้

                วัยนี้เด็กอยากรู้อยากเห็นเรื่องเพศมาก  อาจมีคำถามเกี่ยวกับเพศบ่อยๆ  ผู้ใหญ่ควรตอบให้เด็กเข้าใจสั้นๆ  ไม่ควรบ่ายเบี่ยงหรือตอบไม่ตรงความจริง  เพราะอาจทำให้เด็กสับสนและคงอยากรู้อยากเห็นต่อไปอีก  เด็กอาจมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมทางเพศ  เช่นแอบดูเด็กอื่นในห้องน้ำ  เปิดกระโปรงแม่หรือเด็กอื่น  ผู้ใหญ่ควรเอาจริงแต่นุ่มนวลโดยห้ามอย่างสงบ  อธิบายสั้นๆให้เด็กเข้าใจว่าพฤติกรรมอย่างใดไม่เป็นที่ยอมรับ

                บางครั้งเด็กแสดงพฤติกรรมทางเพศตามแบบอย่างที่เด็กเห็นมาจากบ้าน  เช่น  เด็กที่เห็นผู้ใหญ่มีเพศสัมพันธ์กันอาจแสดงท่าทางร่วมเพศกับเด็กอื่น  ถ้าเกิดขึ้นผู้ใหญ่ควรห้าม จัดการให้เด็กหยุดด้วยท่าทางจริงจัง แต่นุ่มนวล  และเบนความสนใจไปที่กิจกรรมอื่น  ให้เด็กอยู่ในสายตาจนไม่เกิดพฤติกรรมนี้อีก  ตรวจสอบว่าพ่อแม่อาจให้เด็กนอนด้วยและเห็นพ่อแม่มีเพศสัมพันธ์กันหรือไม่  ควรแนะนำพ่อแม่ให้แยกห้องนอนเด็ก และระมัดระวังอย่าให้เด็กได้เห็นการมีเพศสัมพันธ์กันของผู้ใหญ่ 

บทบาทของพ่อแม่  ควรเป็นแบบอย่างทางเพศที่ถูกต้อง  วัยนี้ควรเริ่มสอนให้เด็กรักษาความสะอาดอวัยวะเพศ  ป้องกันตัวเองทางเพศ  ปฏิเสธไม่ไปไหนกับคนอื่น ปฏิเสธคนแปลกหน้ามาสัมผัสอวัยวะเพศตนเอง ส่งเสริมบทบาททางเพศที่เหมาะสม  ได้แก่การแต่งกาย  การเล่น พ่อควรใกล้ชิดลูกชาย  แม่ควรใกล้ชิดลูกสาว   วัยนี้เด็กเริ่มมีเหตุผลและควบคุมตัวเองได้ดีขึ้น  ต้องการทำตัวดีเพื่อให้เป็นที่ยอมรับ  ต้องการอยู่ในกลุ่ม  หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้ถูกลงโทษ หรือไม่ยอมรับจากผู้ใหญ่  วัยนี้สามารถอธิบายเหตุผลได้สั้นๆ  ง่ายๆ  มีตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมประกอบ

 

วัย 6-12  ปี 

วัยนี้ยังไม่มีอารมณ์เพศหรือความรู้สึกทางเพศ  Simund Freud  ให้ความหมายของ sex หรือความพึงพอใจเด็กวัยนี้ว่าไม่แสดงออกชัดเจน  เรียกว่าระยะแฝงตัว (latency phase)  เด็กเล่นเป็นกลุ่มเฉพาะเพศเดียวกัน  เด็กเรียนรู้บทบาททางเพศจากการสังเกตและเลียนแบบพ่อแม่ญาติพี่น้อง ในครอบครัว เพื่อน ครู เพื่อนบ้านและคนอื่นๆในสังคม  เด็กผู้ชายที่มีลักษณะค่อนข้างไปทางหญิง  เช่น  เรียบร้อย  ไม่เล่นซน  มักถูกกีดกันจากกลุ่มเด็กผู้ชาย  จะหันไปสนิทสนมกับเด็กผู้หญิง  และอาจมีพฤติกรรมเป็นหญิงมากขึ้น  ทำให้ถูกกีดกันจากเด็กผู้ชายมากขึ้น  ในตอนปลายวัยนี้เด็กบางคนเข้าสู่วัยรุ่นเร็วกว่าเด็กอื่นๆ  การเรียนรู้เรื่องการเข้าสู่วัยรุ่นจึงควรเริ่มมีเพื่อเตรียมตัวเด็กต่อการเปลี่ยนแปลงเช่น  การมีประจำเดือนในเด็กผู้หญิง

                บทบาทของพ่อแม่  ควรส่งเสริมกิจกรรมที่เหมาะสมกับเพศ  ให้เด็กเป็นที่ยอมรับของเพื่อนเพศเดียวกัน   เด็กที่มีพฤติกรรมผิดเพศ  ควรแก้ไขโดยเร็ว  โดยการให้เด็กอยู่และร่วมกิจกรรมในกลุ่มเพศเดียวกันเอง  ให้พ่อแม่เพศเดียวกันใกล้ชิดเด็กมากขึ้น  พ่อแม่ต่างเพศให้ห่างออกไปไม่ควรใกล้ชิดมากเหมือนเดิม  จัดกิจกรรม หรือส่งเสริมกิจกรรมเหมาะสมตามเพศ

 

วัย  12-18  ปี 10

เด็กอายุ  12 ปี  เริ่มเข้าสู่วัยรุ่น   มีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและจิตใจสังคม  และทางเพศอย่างมาก  มีความรู้สึกและความต้องการทางเพศ  มีเอกลักษณ์ทางเพศ  มีความพึงพอใจทางเพศ  (sexual orientation)   Simund Freud  ให้ความหมายของ sex หรือความพึงพอใจเด็กวัยรุ่นนี้มาอยู่ที่อวัยวะเพศ (genital phase) 

พัฒนาการทางร่างกาย ( Physical development ) มีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายทั่วไป  และการเปลี่ยนแปลงทางเพศ   เนื่องจากวัยนี้ มีการสร้างและหลั่งฮอร์โมนเพศและฮอร์โมนของการเจริญเติบโตอย่างมากและรวดเร็ว  ร่างกายเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว แขนขายาวขึ้นก่อนการเปลี่ยนแปลงอื่นประมาณ 2 ปี เพศหญิงมีไขมันมากกว่าชาย   ชายมีกล้ามเนื้อมากกว่าทำให้เพศชายแข็งแรงกว่า

 การเปลี่ยนแปลงทางเพศ(Sexual  changes)ที่เห็นได้ชัดเจน  คือวัยรุ่นชายเกิดนมขึ้นพาน(หัวนมโตขึ้นเล็กน้อย  กดเจ็บ)  เสียงแตก  หนวดเคราขึ้น  และเริ่มมีฝันเปียก ( nocturnal ejaculation – การหลั่งน้ำอสุจิในขณะหลับ  มักสัมพันธ์กับความฝันเรื่องเพศ)  การเกิดฝันเปียกครั้งแรกเป็นสัญญาณวัยรุ่นของเพศชาย  ส่วนวัยรุ่นหญิงเป็นสาวขึ้น  เต้านมมีขนาดโตขึ้น  ไขมันที่เพิ่มขึ้นท